Lonely Planet

Lonely Planet

เดวา มานัวร์ (Deva Manor) พระตำหนักใหญ่แห่งวังเทเวศร์
bangkok vicinities

เดวา มานัวร์ (Deva Manor) พระตำหนักใหญ่แห่งวังเทเวศร์

การกลับมาเฉิดฉายอีกครั้งของพระตำหนักใหญ่ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ

แสงแดดยามบ่ายกระทบลงบนอาคารสีขาวตระหง่านงามตามแบบสถาปัตยกรรมโคโลเนียลให้ยิ่งมีความงามเจิดจรัส ด้านหน้ามีรูปปั้นสีขาวสตรีแบบกรีกนั่งบนเก้าอี้ในอิริยาบถผ่อนคลาย ผนังอาคารประกอบด้วยเสาอิงแบบดอริก และไอออนิก เมื่อมองไปยังเฉลียงชั้นสองที่เป็นมุขหน้าเฉลียงกว้าง สะดุดตาด้วยหน้าต่างซุ้มโค้งกลมประดับกระจกเป็นรัศมีพระอาทิตย์ครึ่งดวง
สถานที่อันงดงามแห่งนี้ คือ “พระตำหนักใหญ่แห่งวังเทเวศร์” ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของ “พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาท” พระตำหนักฯ ในวันนี้ มีอายุ 125 ปี และกลับมาเฉิดฉายอีกครั้ง ภายใต้การดูแลของ “พ.อ.เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา”
ย้อนเวลากลับไปกว่าศตวรรษที่แล้ว ในปี พ.ศ.2439 หรือ รศ.115 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระตำหนักวังเทเวศร์แห่งนี้เป็นที่ประทับของพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์ พระราชโอรสองค์ที่ 12 (ประสูติจากเจ้าจอมมารดาอ่วม) ในกาลต่อมา คือ “พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาท” ผู้ทรงพระปรีชาสามารถในด้านการคลัง และการเศรษฐกิจ
พระองค์ทรงประทับ ณ พระตำหนักใหญ่แห่งนี้ตลอดพระชนม์ชีพ (สิ้นพระชนม์ ในปี พ.ศ. 2474) ถัดจากนั้นมาอีกหนึ่งปี สยามประเทศก็ถึงยุคเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี พ.ศ. 2475 ทายาทของพระองค์ได้แบ่งขายที่ดินวังเทเวศร์เป็น 3 ส่วน ได้แก่

ส่วนแรก บริเวณตำหนักหม่อมเจ้านักขัตรมงคล และหม่อมหลวงบัว กิติยากร ตำหนักแห่งนี้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ประทับตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ซึ่งปัจจุบัน ยังเป็นที่พำนักของทายาทราชสกุลกิติยากร

ส่วนที่สอง บริเวณตำหนักหม่อมเจ้า ขจรจบกิตติคุณ กิติยากร ซึ่งได้ขายที่ดินและตำหนักให้แก่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในปี พ.ศ. 2508 ปัจจุบันพื้นที่ส่วนนี้อยู่ในการดูแลของกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และเป็นอาคารอนุรักษ์ดีเด่น
ส่วนที่สาม บริเวณพระตำหนักใหญ่ ที่ประทับพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาท ซึ่งตกเป็นกรรมสิทธิ์ของพระยาอนิรุทธเทวา (ม.ล.ฟื้น พึ่งบุญ) ซื้อไว้เป็นที่พักอาศัยส่วนตัว หลังจากขายบ้านนารายณ์บรรทมสินธุ์ให้แก่รัฐบาลไทย เพื่อใช้เป็นที่พำนักประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 
หลังจากพระยาอนิรุทธเทวาถึงแก่กรรม ในปี พ.ศ. 2494 พระตำหนักได้ปิดตัวลง และทรุดโทรมไปตามกาลเวลาหลายทศวรรษ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2550 “พ.อ.เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา” หรือ “ผู้พันแซม” ทายาทรุ่นที่สาม (บุตรของ พล.อ. เฟื่องเฉลย อนิรุทธเทวา) ได้ย้ายเข้ามาที่ตำหนักใหญ่ จึงค่อยๆทำการซ่อมแซมบูรณะไปทีละเล็กทีละน้อย ผ่านการค้นคว้าศึกษาข้อมูลจากอดีต เพื่อให้ตำหนักใหญ่มีความงดงามดังเช่นเดิมอีกครั้ง

โดยชื่อ“เดวา มานัวร์” (Deva Manor) เดวา มาจากนามสกุล และ มานัวร์ แปลความหมายได้ว่า บ้านของขุนนาง
การบูรณะพระตำหนักใหญ่ฯ ของผู้พันแซม ได้แต่งเติมความร่วมสมัยเพิ่มขึ้น โดยชั้นล่างเปิดให้บริการเป็นร้านอาหาร-คาเฟ่ เล็กๆ ที่มีทั้งอาหาร เครื่องดื่มให้บุคคลทั่วไปสามารถแวะมารับประทานได้
ส่วนพื้นที่ด้านบน ยังคงอนุรักษ์ เก็บเรื่องราวความงามแห่งประวัติศาสตร์เอาไว้ได้เป็นอย่างดี ด้วยเจตนารมณ์ที่ต้องการถวายพระเกียรติแด่ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาท ซึ่งผู้พันแซมกล่าวว่า “ตนเองเป็นเพียงผู้ดูแล แต่ท่านทรงเป็นเจ้าของพระตำหนักใหญ่ที่แท้จริง”
เดวา มานัวร์ (Deva Manor)
สถานที่แห่งนี้ นับเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ และผู้ดูแลต้องการอนุรักษ์ไว้เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติฯ จึงแนะนำให้ผู้สนใจเข้าชม แต่งกายเหมาะสม และให้ความเคารพต่อสถานที่
- พื้นที่ชั้นล่าง ส่วนคาเฟ่-ร้านอาหารด้านล่าง เปิดให้บริการแก่บุคคลทั่วไป (เปิดทุกวัน 10.00-18.00 น.)
- ส่วนพื้นที่ด้านบน ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลก่อน หากสนใจเข้าชม แนะนำให้ติดต่อล่วงหน้า
ถนนกรุงเกษม (ท่าเรือเทเวศร์) แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร
สอบถาม โทร. 09-0959-3904
facebook.com/Deva-Manor-Cafe
Tags: