Lonely Planet

Lonely Planet

5 กิจกรรมเรียนรู้วัฒนธรรมแห่งอุซเบกิสถาน
asia

5 กิจกรรมเรียนรู้วัฒนธรรมแห่งอุซเบกิสถาน

ซึมซับวัฒนธรรมในดินแดนเส้นทางสายไหมโบราณ

อุซเบกิสถานคือศูนย์กลางแห่งเส้นทางสายไหมโบราณที่เต็มไปด้วยสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ทั้งสุสานอันยิ่งใหญ่ หอคอยสูง และพระราชวัง นอกจากนั้นดินแดนแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ จากการผสมผสานของวัฒนธรรมเติร์ก กรีก รัสเซีย เปอร์เซีย และมองโกล .... มีกิจกรรมอะไรที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเยือนอุซเบกิสถานกันบ้าง เรารวบรวมมาให้รู้

1.เรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ผ่านแหล่งมรดกโลก
เมืองที่เป็นดั่งพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ต้องยกให้กับ ซามาร์คานด์ (Samarkand) บูคารา (Bukhara) และคีวา (Khiva) ทั้งสามเมืองนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโกที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 2,000 ปี ซามาร์คานด์นั้นครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิติมูริดตั้งแต่ปี 1370 ถึง 1405 ในเมืองจึงเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสุดยิ่งใหญ่หลาย ๆ แห่ง หนึ่งในนั้นคือจัตุรัสเรจิสถานที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นศูนย์รวมงานศิลปะโลกอิสลามที่มีชื่อเสียงที่สุดและงดงามที่สุด

สำหรับบูคารานั้นได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและศาสตร์การเรียนรู้แขนงต่าง ๆ ของโลกอิสลามและเอเชียกลาง มีนักปรัชญาและนักวิทยาศาสตร์มากมายถือกำเนิดขึ้น ณ เมืองนี้ ในช่วงศตวรรษที่ 8
2.ลิ้มรสอาหารอุซเบกิสถานชั้นเลิศ
อาหารเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมท้องถิ่นแบบที่แยกกันไม่ได้ หนึ่งในอาหารขึ้นชื่อที่เดินไปไหนก็ต้องเจอคือ นาน ขนมปังแบบดั้งเดิมที่มีลักษณ์กลม ๆ แบน ๆ และมีรู มักจะเสิร์ฟมากับอาหารทุกมื้อ ข้าวผัดของอุซเบกิสถานที่มีชื่อว่า Pilav ก็เป็นอีกเมนูขึ้นชื่อเช่นกัน ด้วยรสชาติกลมกล่อม เม็ดข้าวสีทองค่อย ๆ ผัดคลุกเคล้าไปกับเนื้อวัว หัวหอม และแครอท

ที่เมืองคีวานั้นมีเมนูพิเศษชื่อว่า shivit oshi เป็นก๋วยเตี๋ยวที่มาพร้อมเส้นสีเขียวสด มักจะรับประทานคู่กับเนื้อวัวหรือไม่ก็เนื้อแพะ และคลุกเคล้าด้วยโยเกิร์ตรสธรรมชาติ เพิ่มความหอมด้วยผักชีลาว เป็นเมนูที่แปลกแต่น่าลองทีเดียว
3.ชมการแสดงดนตรีพื้นเมือง
ดนตรีเป็นรากเหง้าของชาวอุซเบกิสถาน มเครื่องดนตรีแบบดั้งเดิมของส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลมาจากกวีและนิทานพื้นบ้านโบราณ ซึ่งการแสดงดนตรีพื้นเมืองมักจะประกอบไปด้วย Dutar (พิณสองสาย) Tanbur (เครื่องสายคอยาว)  และ Doira (กลอง) ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถชมดนตรีพื้นเมืองได้ที่จัตุรัสเรจิสถานในเมืองซามาร์คานด์ ที่นั่นจะมีเด็กนักเรียนมาแสดงดนตรีเป็นประจำ

ถ้าโชคดี คุณอาจจะเจอคู่รักมาจัดงานแต่งงานในสถานที่สำคัญของเมือง มั่นใจได้เลยว่าคุณจะได้พบกับเหล่าเพื่อนเจ้าบ่าวขาแด๊นซ์มาร่วมสร้างความสนุกกับท่าเต้นสุดแปลกตาไปพร้อม ๆ กับเสียงดนตรีพื้นเมืองในท่วงทำนองสนุกสนานจนอยากจะเข้าไปร่วมวงด้วยเลยล่ะ
4.เลือกซื้อผ้าซูซานี (suzani) ที่ตลาดท้องถิ่น
ซูซานีเป็นผ้าฝ้ายปักมือที่มีต้นกำเนิดจากชนเผ่าเร่ร่อนในอุซเบกิสถานและประเทศอื่น ๆ ในเอเชียกลาง ชื่อของมันมาจากคำภาษาเปอร์เซีย suzan ซึ่งแปลว่าเข็มนั่นเอง เชื่อกันว่าในศตวรรษที่ 15 ซูซานีใช้เป็นเสื่อสำหรับละหมาด เป็นผ้าปูที่นอน และเป็นผ้าปูพื้นกระโจม และเป็นสิ่งของล้ำค่าที่เจ้าบ่าวใช้ในการสู่ขอเจ้าสาวอีกด้วย เพราะบนผืนผ้านี้ประกอบไปด้วยลวดลายปักอันอ่อนช้อยสวยงามและเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงสุขภาพ ความอุดมสมบูรณ์ และความโชคดี

จะหาซื้อผ้าซูซานีนั้นง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วย เพราะมีขายในทุกตลาดและตามสถานที่ท่องเที่ยว แถมยังมีหลากหลายรูปแบบให้เลือกซื้อ ตั้งแต่กระเป๋าใบเล็ก ๆ ปลอกหมอน ไปจนถึงผ้าปูโต๊ะ นับเป็นของฝากที่ดีทีเดียว
5.จิบชา กินของหวานในคาเฟ่
บรรพบุรุษของชาวอุซเบกิสถานมีวัฒนธรรมการปลูกชาและดื่มชามานาน เพราะฉะนั้นชาจึงเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตพวกเขา ในเมืองบูคารา มีร้านอาหารและคาเฟ่เล็ก ๆ บนชั้นดาดฟ้าชื่อว่า Chasmai-Mirob Restaurant ตั้งอยู่ตรงข้ามกับหอคอย The Kalyan Minaret พอดี นักท่องเที่ยวสามารถสั่งชากับขนมหวานมานั่งจิบไปชมวิวจัตุรัส Po-i-Kalyan Mosque Complex ไปเพลิน ๆ หรือถ้าอยากได้ร้านที่มีความเก่าแก่ที่เชี่ยวชาญเรื่องชามานาน ต้องไปเยือน Silk Road Tea House ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2004 บรรพบุรุษของครอบครัวผู้ก่อตั้งร้านนี้ค้าขายชาและเครื่องเทศมาเป็นเวลานานกว่า 600 ปี มั่นใจได้เลยว่าจะได้ลิ้มลองชาแบบฉบับบูคาเรียนอย่างจริงแท้แน่นอน
Tags: